ผลการแข่งขัน อังกฤษ พบ โครเอเชีย ฟุตบอลโลก 2026
การแข่งขันระหว่าง อังกฤษ พบ โครเอเชีย ฟุตบอลโลก 2026 – เกมสุดมันเกิดขึ้นในนัดเปิดสนามของกลุ่ม L ฟุตบอลโลก 2026 เมื่ออังกฤษลงสนามพบกับโครเอเชียที่สนาม AT&T Stadium เมืองอาร์ลิงตัน
การแข่งขันที่ดำเนินไปด้วยจังหวะรวดเร็วตลอดทั้งเกมนี้มีประตูเกิดขึ้นถึงหกลูก และเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่น่าสนใจตลอด 90 นาทีของการแข่งขัน
การแข่งขัน อังกฤษ พบ โครเอเชีย ในนัดแรกของกลุ่ม L ฟุตบอลโลก 2026 จบลงด้วยชัยชนะ 4-2 ของทัพ The Three Lions ที่สนาม AT&T Stadium เมืองอาร์ลิงตัน ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้อังกฤษเก็บสามแต้มแรกได้สำเร็จ พร้อมขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มชั่วคราว
เกมเปิดหน้าแลกกันตั้งแต่นาทีแรก โดยมีประตูเกิดขึ้นรวมทั้งหมดหกลูกตลอด 90 นาที แฮร์รี เคน กลายเป็นฮีโร่ของอังกฤษด้วยการยิงสองประตู ขณะที่ จูด เบลลิงแฮม และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็มีชื่อบนสกอร์บอร์ดเช่นกัน
อังกฤษขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของเคนในนาทีที่ 12 หลังผู้ตัดสินสั่งให้ยิงใหม่เนื่องจาก โดมินิก ลิวาโควิช ขยับออกจากเส้นประตูก่อนเวลา
โครเอเชียตอบโต้ด้วยประตูตีเสมอของ มาร์ติน บาตูรินา ในนาทีที่ 36 ก่อนที่เคนจะพาอังกฤษกลับมานำอีกครั้งในนาทีที่ 42
อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบของอังกฤษหายไปอีกครั้งก่อนหมดครึ่งแรก เมื่อ เปตาร์ มูซา ทำประตูตีเสมอในนาที 45+5 ส่งผลให้ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ 2-2
เข้าสู่ครึ่งหลัง เบลลิงแฮมทำประตูให้อังกฤษขึ้นนำ 3-2 ตั้งแต่นาทีที่ 47 ก่อนที่แรชฟอร์ดจะมายิงปิดท้ายในนาทีที่ 85 ทำให้ผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะ 4-2 ของอังกฤษ
จากชัยชนะนัดนี้ อังกฤษเก็บได้สามคะแนนและรั้งอันดับหนึ่งของกลุ่ม L ขณะที่โครเอเชียยังไม่มีคะแนน ส่วนการแข่งขันระหว่างกานากับปานามายังไม่ได้ลงสนามและจะส่งผลต่ออันดับในตารางต่อไป
สำหรับผู้ที่พลาดการแข่งขันนัดนี้ สามารถติดตามสรุปเกมจาก Mansion Sports ได้ด้านล่างนี้!
สรุปการแข่งขัน
ครึ่งแรก
แม้อังกฤษจะถูกโครเอเชียไล่ตีเสมอได้ถึงสองครั้ง แต่ทีมของ โธมัส ทูเคิล แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมที่เหนือกว่าเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง
เคนยิงให้อังกฤษขึ้นนำจากจุดโทษ หลังจาก โนนี มาดูเอเก ถูก ลูกา โมดริช ทำฟาวล์ภายในกรอบเขตโทษ กองหน้าจากบาเยิร์น มิวนิก แก้ตัวได้สำเร็จหลังจากการยิงจุดโทษครั้งแรกต้องถูกสั่งให้ยิงใหม่
โครเอเชียตีเสมอได้ในนาทีที่ 36 จากการจบสกอร์อย่างเฉียบขาดของ มาร์ติน บาตูรินา ประตูดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอังกฤษเสียบอลในแดนกลางและปิดพื้นที่ยิงของคู่แข่งไม่ทัน
เพียงหกนาทีต่อมา เคนก็พาอังกฤษกลับขึ้นนำอีกครั้งด้วยลูกโหม่งจากลูกเตะมุมของ เดแคลน ไรซ์ ที่เปิดเข้ามาในพื้นที่อันตรายได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม โครเอเชียไม่ยอมแพ้และตีเสมอได้อีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เมื่อ เปตาร์ มูซา จบสกอร์จากลูกโหม่งชงของ อีวาน เปริซิช ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 2-2
ครึ่งหลัง
คำแนะนำของทูเคิลในช่วงพักครึ่งส่งผลทันที เพียงสองนาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง จูด เบลลิงแฮม ก็ทำประตูได้จากการทะลุขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนยิงบอลเสียบมุมประตูอย่างสวยงาม
หลังจากได้ประตูดังกล่าว อังกฤษยังคงเดินหน้ากดดันแนวรับของโครเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดย ลิวาโควิช ต้องออกแรงเซฟหลายครั้งเพื่อป้องกันโอกาสของ เบลลิงแฮม, โอไรลีย์ และ ไรซ์
โครเอเชียพยายามเปลี่ยนรูปเกมด้วยการส่ง มาเตโอ โควาชิช ลงสนามแทน ลูกา โมดริช ในนาทีที่ 60 แต่พวกเขายังคงรับมือกับความเข้มข้นในการเล่นของอังกฤษได้อย่างยากลำบาก
การเปลี่ยนตัวของทูเคิลประสบความสำเร็จในนาทีที่ 85 เมื่อการประสานงานระหว่าง บูกาโย ซากา และ เจด สเปนซ์ สร้างโอกาสให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จบสกอร์อย่างเยือกเย็น ส่งให้อังกฤษนำห่างเป็น 4-2
โครเอเชียพยายามเปิดเกมบุกในช่วงท้าย แต่แนวรับของอังกฤษยังคงรักษาความได้เปรียบไว้ได้จนกระทั่งเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น
ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของอังกฤษในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก 2026 โดยในนัดถัดไป อังกฤษจะพบกับกานา ส่วนโครเอเชียมีกำหนดพบกับปานามา
สถิติการแข่งขัน
ชัยชนะ 4-2 นัดนี้ถือเป็นการออกสตาร์ตที่ยอดเยี่ยมของอังกฤษในการไล่ล่าตั๋วสู่รอบน็อกเอาต์
ขณะที่โครเอเชียจำเป็นต้องฟื้นตัวให้ได้ในเกมถัดไป หากยังต้องการรักษาความหวังในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปจากกลุ่ม L
จากผลงานที่ทั้งสองทีมแสดงให้เห็น การแข่งขันในกลุ่มนี้ยังคงมีแนวโน้มดุเดือดและเข้มข้นไปจนถึงนัดสุดท้าย
สำหรับแฟนฟุตบอลที่ติดตาม ผลการแข่งขัน อังกฤษ พบ โครเอเชีย ฟุตบอลโลก 2026 เกมนี้ถือเป็นหนึ่งในแมตช์ที่สนุกและน่าติดตามที่สุดของช่วงเริ่มต้นการแข่งขันรายการนี้อย่างแท้จริง।